
อาการ ปวดไหล่ เป็นปัญหาที่พบได้ในคนที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในท่าเดิมต่อเนื่องจนกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่ต้องทำงานซ้ำ ๆ หรือรับแรงเกินความเหมาะสม
แม้อาการปวดจากการทำงานส่วนใหญ่อาจเริ่มจากความเมื่อยล้าหรือการใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป แต่ปวดไหล่ก็สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัญหาของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ หรือโครงสร้างบริเวณไหล่ ดังนั้นจึงควรสังเกตลักษณะอาการร่วมด้วย
แล้ว ปวดไหล่จากการนั่งทำงานนานเกิดจากอะไร? มีวิธีดูแลเบื้องต้นอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ไม่ควรปล่อยให้อาการหายเอง? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจและเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสม
ปวดไหล่จากการนั่งทำงานนาน เกิดจากอะไร?
การนั่งทำงานเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนั่งในท่าเดิมหรือมีท่าทางที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่เกิดความตึงและเมื่อยล้าได้
พฤติกรรมที่พบได้บ่อย เช่น
- นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- ยกไหล่หรือเกร็งไหล่โดยไม่รู้ตัวขณะทำงาน
- ก้มมองโทรศัพท์เป็นเวลานาน
- เอื้อมมือไปใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม
- นั่งหลังค่อมหรือยื่นศีรษะไปด้านหน้า
- ไม่ค่อยลุกเปลี่ยนท่าหรือขยับร่างกายระหว่างวัน
เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจทำให้เกิดอาการตึง เมื่อย หรือเจ็บบริเวณไหล่และพื้นที่ใกล้เคียงได้
อย่างไรก็ตาม อาการปวดไหล่ไม่ได้เกิดจากการนั่งทำงานเพียงอย่างเดียว เพราะยังอาจเกี่ยวข้องกับเอ็น กล้ามเนื้อ ข้อต่อ หรือภาวะอื่น ๆ ได้เช่นกัน
ปวดไหล่แบบไหนที่มักเกี่ยวข้องกับการทำงาน?
หากอาการเริ่มขึ้นหลังจากนั่งทำงานนานหรือใช้งานแขนและไหล่ต่อเนื่อง ลักษณะที่พบได้อาจเป็นอาการตึง เมื่อย หรือปวดบริเวณไหล่ โดยบางคนอาจรู้สึกไม่สบายบริเวณคอและบ่าร่วมด้วย
ลองสังเกตว่าอาการมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมระหว่างวันหรือไม่ เช่น
- ปวดมากขึ้นหลังนั่งทำงานหลายชั่วโมง
- รู้สึกตึงบริเวณไหล่หลังใช้คอมพิวเตอร์
- เมื่อยไหล่หลังอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ
- อาการดีขึ้นเมื่อได้พักหรือเปลี่ยนท่า
- มีอาการตึงบริเวณคอ บ่า และไหล่ร่วมกัน
หากอาการเป็นเพียงเล็กน้อยและสัมพันธ์กับการใช้งาน อาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและดูแลเบื้องต้นก่อน แต่หากอาการรุนแรงขึ้น เคลื่อนไหวไหล่ได้ลำบาก หรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
ปวดไหล่จากการทำงาน ควรดูแลอย่างไร?
การดูแลเบื้องต้นควรเน้นลดสิ่งที่กระตุ้นอาการ พร้อมกับยังคงขยับร่างกายอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ไหล่ทั้งหมด
1. เปลี่ยนท่าทางระหว่างทำงาน
หลีกเลี่ยงการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน ลองลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถหรือขยับร่างกายเป็นระยะ รวมถึงจัดตำแหน่งโต๊ะ เก้าอี้ หน้าจอ และอุปกรณ์ทำงานให้อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก
2. ขยับและยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ
หากรู้สึกตึงหรือเมื่อยจากการนั่งทำงาน ลองขยับคอ ไหล่ และแขนเบา ๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป
ควรทำอย่างนุ่มนวลและหลีกเลี่ยงการฝืน หากการเคลื่อนไหวทำให้เจ็บมากขึ้น
3. พักการใช้งานที่กระตุ้นอาการ
หากกิจกรรมบางอย่างทำให้ปวดมากขึ้น เช่น ยกของหนัก เอื้อมแขนซ้ำ ๆ หรือทำงานเหนือศีรษะ ควรลดหรือพักกิจกรรมนั้นชั่วคราวจนกว่าอาการจะดีขึ้น
4. ประคบร้อนหรือเย็นตามความเหมาะสม
การประคบร้อนหรือเย็นอาจใช้เป็นหนึ่งในวิธีช่วยบรรเทาความไม่สบายบริเวณไหล่ได้ โดยควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะอาการและไม่วางความร้อนหรือความเย็นสัมผัสผิวโดยตรงเป็นเวลานาน
ปวดไหล่ ใช้อะไรช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง?
หากเป็นอาการปวดเล็กน้อยจากการใช้งาน อาจมีผลิตภัณฑ์สำหรับบรรเทาอาการปวดที่ช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นได้ เช่น ยาทา เจล แผ่นแปะ หรือสเปรย์สำหรับใช้ภายนอก
สำหรับ สเปรย์แก้ปวด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุบริเวณและลักษณะอาการที่สามารถใช้ได้อย่างชัดเจน รวมถึงอ่านส่วนประกอบ วิธีใช้ และคำเตือนบนฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง
การใช้ผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดช่วยลดความไม่สบายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยแก้สาเหตุของอาการปวดไหล่ได้ทุกกรณี
หากกำลังมองหาวิธีเลือกผลิตภัณฑ์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
[สเปรย์แก้ปวดแบบไหนดี? วิธีเลือกสเปรย์ให้เหมาะกับอาการปวดเมื่อย https://medcare.asia/pain-relief-spray-for-muscle-pain/]
สเปรย์แก้ปวดใช้กับอาการปวดไหล่ได้ไหม?
สเปรย์แก้ปวดบางชนิดสามารถใช้บริเวณกล้ามเนื้อหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ แต่การใช้งานควรขึ้นอยู่กับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด
ก่อนใช้บริเวณไหล่ ควรตรวจสอบว่า
- ฉลากระบุว่าสามารถใช้บริเวณดังกล่าวได้
- มีส่วนประกอบและวิธีใช้ระบุไว้อย่างชัดเจน
- ใช้ในปริมาณและความถี่ตามคำแนะนำ
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีบาดแผลหรือผิวหนังระคายเคือง หากฉลากระบุไว้
- หยุดใช้หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น แสบ คัน ระคายเคือง หรือมีผื่น
หากอาการปวดไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย การใช้สเปรย์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และควรหาสาเหตุของอาการเพิ่มเติม
ปวดไหล่แบบไหนควรไปพบแพทย์?
อาการปวดไหล่บางลักษณะไม่ควรดูแลด้วยตัวเองต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น
- ปวดมากหรืออาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
- ไม่สามารถยกหรือขยับแขนได้ตามปกติ
- ไหล่หรือแขนบวมมาก หรือมีรูปร่างผิดปกติ
- มีอาการชา เสียวซ่า หรือแขนอ่อนแรง
- อาการเริ่มขึ้นหลังจากหกล้ม อุบัติเหตุ หรือได้รับแรงกระแทก
- บริเวณไหล่มีอาการแดง ร้อน หรือบวม
- มีไข้หรือรู้สึกไม่สบายร่วมด้วย
- ดูแลเบื้องต้นแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น
นอกจากนี้ หากอาการปวดไหล่เกิดขึ้นพร้อมกับ เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือเหงื่อออกผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ฉุกเฉิน เพราะอาการปวดบริเวณไหล่บางกรณีอาจเป็นอาการที่ร้าวมาจากบริเวณอื่น เช่น หัวใจได้
วิธีป้องกันอาการปวดไหล่จากการนั่งทำงาน
การปรับพฤติกรรมระหว่างวันสามารถช่วยลดการใช้งานกล้ามเนื้อในท่าเดิมต่อเนื่องได้ โดยลองทำตามแนวทางเหล่านี้
- เปลี่ยนอิริยาบถและลุกขยับร่างกายเป็นระยะ
- หลีกเลี่ยงการนั่งหลังค่อมหรือยื่นคอไปด้านหน้า
- จัดหน้าจอและอุปกรณ์ทำงานให้อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก
- ไม่ยกไหล่หรือเกร็งไหล่ขณะทำงาน
- ขยับและยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ ระหว่างวัน
- หากต้องทำงานซ้ำ ๆ ควรหาเวลาพักจากกิจกรรมนั้นเป็นระยะ
หากมีอาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ ร่วมกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีดูแลได้ที่
[ปวดคอ บ่า ไหล่ เกิดจากอะไร? วิธีดูแลอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน]
ปวดไหล่จากการนั่งทำงานนาน ดูแลอย่างไร?
อาการ ปวดไหล่ จากการนั่งทำงานนานอาจเกี่ยวข้องกับการอยู่ในท่าเดิม การเกร็งกล้ามเนื้อ หรือการจัดท่าทางในการทำงานที่ไม่เหมาะสม การดูแลเบื้องต้นสามารถเริ่มได้จากการเปลี่ยนท่าทาง พักจากกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ขยับร่างกายและยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ รวมถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดภายนอกตามความเหมาะสมและคำแนะนำบนฉลาก
อย่างไรก็ตาม หากปวดมากขึ้น ขยับแขนไม่ได้ มีอาการชา อ่อนแรง บวม หรืออาการเกิดหลังอุบัติเหตุ ไม่ควรพึ่งผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการเพียงอย่างเดียว ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
